
ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนที่แสดงว่าการวางโทรศัพท์มือถือใกล้บริเวณศีรษะ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งสมองทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก อีกทั้งโทรศัพท์มือถือจะปล่อยคลื่นวิทยุออกมา ไม่ใช่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าตามที่กล่าวอ้าง

ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนที่แสดงว่าการวางโทรศัพท์มือถือใกล้บริเวณศีรษะ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งสมองทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก อีกทั้งโทรศัพท์มือถือจะปล่อยคลื่นวิทยุออกมา ไม่ใช่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าตามที่กล่าวอ้าง
ยุคสมัยในปัจจุบันนี้ กิจวัตรประจำวันของคนเราคงหนีไม่พ้นของการเล่นโทรศัพท์มือถือ แม้กระทั่งตื่นนอนขึ้นมาก็ต้องรีบคว้ามาใช้ทันที ระหว่างวันก็มีการใช้อยู่ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโซเชียล แชร์รูป แชร์ข้อความ จนกระทั่งไปถึงก่อนนอน บางคนก็เผลอหลับไปพร้อมกับมือถือคาอยู่ในมือ อาการเหล่านี้อาจจะเข้าข่ายเป็นอาการเสพติดมือถือ หรือเรียกว่าโรค “โนโมโฟเบีย (Nomophobia) โรคกลัวการขาดมือถือ“ เป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่งที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก

หลายคนมักมีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ จนต้องหาตัวช่วยเพื่อให้หลับได้ง่ายขึ้น หนึ่งในนั้นคือ “เมลาโทนิน” ที่มาในรูปแบบอาหารเสริม แต่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็น “ยานอนหลับ” ที่ซื้อหาได้สะดวก ไม่จำเป็นต้องมีใบสั่งแพทย์ ซึ่งถือเป็นความเข้าใจผิด และอาจมีอันตรายได้ หากใช้โดยไม่ปรึกษาแพทย์

